เคล็ดลับเรียนให้รู้เรื่อง แบบไม่ต้องอ่านหนังสือหนักช่วงก่อนสอบ



เคล็ดลับเรียนให้รู้เรื่อง แบบไม่ต้องอ่านหนังสือหนักช่วงก่อนสอบ

ปัญหาการเรียนที่มีมาทุกยุคทุกสมัย ก็คือวัฒนธรรมในการอ่านหนังสือที่ส่วนมากมักเกิดจากการวางแผนการเรียนที่ไม่ถูกต้อง เมื่อถึงเวลาใกล้สอบก็ตะบี้ตะบันอ่านกันเสียทีหนึ่ง ถ้าไม่ทันจริง ๆ ก็ไม่อ่านเอาเสียเลย เรียกว่าไปตายเอาดาบหน้าละกัน การฝึกให้เด็ก ๆ มีการเตรียมความพร้อมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดภาระในการเรียนได้มากเลยทีเดียว แต่ก็ต้องทำให้ถูกวิธี ไม่ใช่ทำแบบไม่มีแบบแผน ผู้ปกครองหรือครูเองมีหน้าที่คือให้คำแนะนำและคอยกำกับติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ลองมาดูกันว่าเทคนิคในการเรียนให้รู้เรื่องแบบไม่ต้องเร่งอ่านหนังสือช่วงใกล้สอบทำอย่างไรดีกว่า



เทคนิคการเรียนนี้ควรใช้ควบคู่กับตารางเรียนของน้อง ๆ แต่ละคน ซึ่งไม่เหมือนกัน การเรียนแบบนี้เรียกว่าการเรียนยกกำลังสาม หมายความว่าเรียนในเนื้อหาเดียวนั่นแหละแต่เหมือนได้เรียนถึงสามรอบเลย ก่อนอื่นต้องเลือกก่อนว่าน้อง ๆ ต้องการเลือกเน้นในรายวิชาใด อาจเลือกที่เป็นวิชาหลักก่อนก็ได้ วิธีการคือดูจากตารางเรียนในแต่ละวันว่ามีวิชาหลักอะไรบ้างจากนั้นให้ทำการสแกนเนื้อหาที่จะเรียนในวิชานั้นแบบคร่าว ๆ เพื่อให้คุ้นกับเนื้อหาหรือคำศัพท์ในเรื่องนั้น ๆ ก่อน ซึ่งการสแกนเนื้อหาในแต่ละวิชานั้นใช้เวลาไม่นานประมาณ 5 – 10 นาทีต่อวิชาเท่านั้นเอง ทีนี้เมื่อถึงเวลาเรียนครูมีการสอนหรือเล่าถึงเนื้อหาในเรื่องนั้นน้อง ๆ ก็จะรู้สึกคุ้นกับเนื้อหาทำให้คิดตามเวลาครูสอนได้เร็วขึ้น เมื่อหมดคาบถ้ามีการบ้านให้ทำภายในวันนั้น หรือหากไม่มีให้กลับมาทบทวนพร้อม short note แยกไว้เป็นรายวิชา ทำแบบนี้กับทุกวิชาที่เลือกไว้และทำทุกวัน ใกล้สอบก็แทบจะไม่ต้องกลับมาอ่านเลยเพราะแต่ละเนื้อหาเหมือนได้เรียนมาแล้ว 3 รอบ วิธีง่ายนี้ส่วนใหญ่มักคิดว่ามันทำให้เสียเวลา แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ทำให้เสียเวลาเลยแม้แต่นิดเดียว



ปัจจุบันยิ่งสะดวกเพราะ Smart School มีระบบการแจ้งตารางเรียนผ่านระบบแอพลิเคชัน ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึง แค่เปิดโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนขึ้นมาก็ดูตารางเรียนได้ทันที จากนั้นก็วางแผนในการเรียนแบบยกกำลังสาม แต่ผู้ปกครองอย่าลืมกระตุ้นให้น้อง ๆ ทำอย่างสม่ำเสมอ ผลจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่าย ๆ แค่นี้รับรองได้เลยว่าเห็นผลได้ตั้งแต่เทอมแรกที่ลองใช้แน่นอน ลองติดตามสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ Smart School หลาย ๆ แห่งพยายามนำเข้ามาปรับใช้กับระบบการเรียนการสอนดู เชื่อได้ว่าจะทำให้การเรียนของน้อง ๆ มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นแน่ ๆ รวมถึงผู้ปกครองที่สามารถกำกับติดตามดูแลลูกหลานได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วย